กระดานเสวนา
ขอเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย

๑. ขอเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์
๒. ทรงเป็นนักประชาธิปไตย
๓. ทรงเป็นศิลปินของปวงชนชาวไทย
๔. ทรงเน้นให้ราษฎรปลูกป่าลดภาวะโลกร้อน
๕. ทรงจัดตั้งหน่วยแพทย์เคลื่อนที่รักษาราษฎร
๖. ทรงห่วงใยราษฎรทุกหมู่เหล่า
๗. ขอพระองค์ทรงเป็นมิ่งขวัญของปวงประชา
๘. ขอพระองค์ทรงมีพระพลานามัยแข็งแรง
๙. ทรงส่งเสริมการกีฬา
๑๐. ขอพระองค์ทรงอยู่คู่แผ่นดินไทยตลอดไป
๑๑. ขอพระองค์ทรงเป็นกษัตริย์คู่บัลลังก์ชาติไทยตลอดไป
๑๒. ขอพระองค์ทรงพระปรีดิ์เปรมเกษมศานต์ประทับอยู่คู่ฟ้าวิชาชาญ
๑๓. ขอพระองค์ทรงสุขเกษมสำราญ
๑๔. ขอพระองค์เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรแก่ปวงชนชาวไทยตลอดไป
๑๕. ขอจงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
๑๖. พระองค์ทรงเป็นผู้นำตามแนวพระราชดำริให้เจริญรอยตามเบื้องพระยุคคลบาท ด้วยเศรษฐกิจพอเพียง
๑๗. ด้วยความจงรักภักดี
๑๘. พระองค์ทรงเป็นนักพัฒนา
๑๙. ในหลวงทรงเป็นนักกวีที่ยิ่งใหญ่
๒๐. ในหลวงคือพระเจ้าแผ่นดิน
๒๑. พระองค์คือผู้ทรงไว้ด้วยทศพิศราชธรรม
๒๒. ราชินีคือแม่ของแผ่นดิน
๒๓. ข้าพระบาทกลั่นอักษรกลอนถวาย
๒๔. เทิดพระเกียรติสักการะด้วยดวงใจ
๑๕. เป็นลูกที่ดีของพ่อ ด้วยความรัก ด้วยความภักดี ตลอดไป
๒๖. เราโชคดีมากที่เกิดมาในเมืองไทยที่มีพระองค์เป็นร่มโพธิ์ ร่มไทร
๒๗. พระมหากษัตริย์ ที่พรั่งพร้อมด้วย ทศพิธราชธรรม
๒๘. พ่อเป็นภูมิพลัง ภูมิปัญญา และวิถีชีวิตไทย ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
๒๙. พระปรีชาสามารถกว้างสกลไกร ไพรัชเทศประจักษ์ใจทั่วด้าว
๓๐. โอ้พระทองของข้าบาท เสวยราชย์เพื่อราษฎร์เย็น เสด็จบุกดับทุกข์เข็ญ แก่ราษฎร์ทั่วพสุธา
๓๑. ชาติไทยร่มเย็นอยู่ได้ ก็เพราะพระบารมีของพระองค์ท่าน
๓๒. รักในหลวง ห่วงสถาบัน จงช่วยกันเทิดทูน
๓๓. พระองค์ทรงเปรี่ยมล้นด้วยพระเมตตา ชาวประแซ่ซ้องสรรเสริญ
๓๔. ขอพระองค์จงทรงมีพระชนมายุยิ่งยืนนาน
๓๕. ขอพระองค์ทรงพระเจริญ มีพลานามัยแข็งแรง มีแต่ความปิติในพระราชหฤทัยสืบไป
๓๖. ชาติไทยพ้นวิกฤติมาได้หลายครา ด้วยพระบารมีล้นเกล้า
๓๗. พระบารมี แผ่ปกคุ้มไพศาล เปรียบสายธาร อมฤตหล่อหล้า ดั่งแสงทอง นำทางชาวประชา เหล่าข้าพระพุทธเจ้าขอสดุดี
๓๘. ข้าพเจ้าทั้งหลาย จักรักษาและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ด้วยชีวิต
๓๙. พระองค์ทรงห่วงใยในความเป็นอยู่ของราษฎรทุกพื้นที่ของประเทศไทย
๔๐. สัญลักษณ์ที่ยิ่งใหญ่ของชาติไทยคือสถาบันพระมหากษัตริย์
๔๑. ขอเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์
๔๒. ทรงเป็นนักประชาธิปไตย
๔๓. ทรงส่งเสริมการศึกษา
๔๔. ทรงส่งเสริมด้านวิทยาศาสตร์
๔๕. ทรงมีโครงการต่อต้านยาเสพติด
๔๖. ทรงห่วงใยราษฎรทุกหมู่เหล่า
๔๗. ทรงเป็นนักประชาธิปไตย
๔๘. ทรงสอนให้ทุกคนเป็นคนดี
๔๙. ทรงช่วยเหลือผู้ยากไร้
๕๐.ทรงช่วยเหลือผู้ป่วย
๕๑. ทรงแก้ปัญหาน้ำท่วมใน กทม.
๕๒. ทรงให้แนวทางแก้ปัญหาจราจร
๕๓.ทรงห่วงใยราษฎรทุกหมู่เหล่า
๕๔.ทรงปกครองแผ่นดินโดยธรรม
๕๕.ขออยู่ใต้ร่มพระบารมีของพ่อหลวง
๕๖.ทรงเป็นแบบอย่างไปทั่วโลก
๕๗. ทรงเป็นนักประชาธิปไตย
๕๘.ทรงสอนให้ทุกคนเป็นคนดี
๕๙.ทรงช่วยเหลือผู้ยากไร้
๖๐.ทรงเป็นแบบอย่างแก่ปวงชนชาวไทย

regt6 ส่งเมล์ถึง regt6 118.174.82.180 [ วันอาทิตย์ ที่ 30 ตุลาคม 2554 เวลา 09:38 น. ]


"กฎหมายทั้งปวงจะธำรงความยุติธรรม และถูกต้องเที่ยงตรง หรือจะธำรงความศักดิ์สิทธิ์ และประสิทธิภาพเต็มเปี่ยมอยู่ได้หรือไม่เพียงไรนั้นขึ้นอยู่กับการใช้ คือถ้าใช้ถูกวัตถุประสงค์ หรือเจตนารมย์ของกฎหมายนั้น ๆ จริงแล้ว ก็จะทรงความศักดิ์สิทธิ์ และประสิทธิภาพอันสมบูรณ์ไว้ได้ แต่ถ้าหากนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ และเจตนารมย์ โดยการพลิกแพลงบิดพริ้วให้ผันผวนไปด้วยความหลงผิด ด้วยอคติ หรือด้วยเจตนาอันไม่สุจริตต่าง ๆ กฎหมายก็เสื่อมความศักดิ์สิทธิ์ และประสิทธิภาพลงทันที และกลับกลายเป็นพิษเป็นภัยแก่ประชาชนอย่างใหญ่หลวง ผู้ที่ต้องการจะใช้กฎหมายสร้างสรรค์ความผาสุกสงบ และความเป็นปึกแผ่นก้าวหน้าของประชาชน และบ้านเมือง จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรักษาวัตถุประสงค์อันจริงแท้ของกฎหมายแต่ละฉบับไว้ให้แน่วแน่เสมอไป อย่างไม่มีข้อแม้ประการใด พร้อมทั้งต้องรักษาอุดมคติ จรรยาความสุจริต และมโนธรรมของนักกฎหมายไว้โดยรอบคอบเคร่งครัดเสมอด้วยรักษาชีวิตของตนเอง กฎหมายไทยจึงจะทรงคุณค่าอันสมบูรณ์บริบูรณ์"




รพ.ค่ายสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก จว.บุรีรัมย์
โดยคุณ รพ.ค่ายสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก ส่งเมล์ถึง รพ.ค่ายสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก 180.180.26.223 [ วันศุกร์ ที่ 30 ธันวาคม 2554 เวลา 11:21 น. ] ผู้ตอบคนที่ 2

ทรงอธิบายวิธีการระบายน้ำตามพระราชดำริเรื่อง “แก้มลิง”

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรแม้ในถิ่นทุรกันดาร ทรงขับรถยนต์พระที่นั่งเอง
บางแห่งต้องทรงพระดำเนินบุกป่าฝ่าเขาในภาคเหนือ ฝ่าดงทากชุกชุมในภาคใต้ เพื่อเสด็จฯไปทรงตรวจพื้นที่ที่จะพระราชทานโครงการต่างๆ
ที่เหมาะสม หรือพระราชทานเขื่อนฝายแหล่งเก็บกักน้ำให้แก่ราษฎร แม้พระเสโทหยาดเต็มพระพักตร์ แม้ทากเกาะดูดพระโลหิตจากพระวรกาย
ก็มิได้ทรงย่อท้อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงใช้ความรู้ด้านวิศวกรรมศาสตร์เข้าช่วยแก้ปัญหาของประชาชนตลอดเวลายาวนานกว่า ๕๐ ปี
โดยเฉพาะปัญหาการอาชีพ ปัญหาเรื่องน้ำ และดิน คือ การขาดแคลนน้ำในฤดูแล้ง และน้ำท่วมในฤดูฝน ทรงพระราชดำริเริ่มโครงการด้านชลประทานเพื่อพัฒนาแหล่งน้ำ
โดยทรงยึดหลักการที่ว่า “ต้องมีน้ำ น้ำบริโภค น้ำใช้ น้ำเพื่อการเพาะปลูก เพราะว่าชีวิตอยู่ที่นั่น” ทรงตระหนักดีว่า “น้ำ” คือชีวิต
น้ำมีความสำคัญต่ออาชีพเกษตรกรรมและการดำรงชีวิตของราษฎรไทย โดยเฉพาะในชนบท ทรงพระราชดำริว่า
การสงเคราะห์ราษฎรที่ได้ผลควรเป็นการสงเคราะห์อย่างถาวร นั่นก็คือ การช่วยราษฎรให้สามารถพึ่งตนเองได้
จึงทรงพระกรุณาดำริ ริเริ่มโครงการต่างๆ เมื่อ “พัฒนาทรัพยากรน้ำ” ในรูปแบบต่างๆ มาโดยตลอด

รพ.ค่ายสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก จว.บุรีรัมย์
โดยคุณ รพ.ค่ายสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก ส่งเมล์ถึง รพ.ค่ายสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก 180.180.23.128 [ วันจันทร์ ที่ 23 มกราคม 2555 เวลา 13:47 น. ] ผู้ตอบคนที่ 3

เป็นพลัง ของแผ่นดิน ทุกถิ่นเทศ
พระปกเกศ คุ้มเกล้า เราทั้งผอง
หกสิบล้าน ดวงใจ ไทยปรองดอง
ธ ทรงครอง ราชย์รวม หกสิบปี

มิ่งมหา มงคล ชนทั้งชาติ
ขอประกาศ เทิดไท้องค์ พระทรงศรี
สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทุกแหล่งหล้า ทั่วธานี
ขอบารมี คุ้มองค์ พระทรงธรรม์

พระชนม์ชื่น ยืนนาน วารบรรจบ
แปดสิบ ชันษาครบ เฉลิมขวัญ
เหล่าทวยราษฎร์ แซ่ซ้อง ฉลองพลัน
รวมใจมั่น รักพ่อหลวง ของปวงชน
โดยคุณ สายฟ้า ส่งเมล์ถึง สายฟ้า 125.27.197.38 [ วันอังคาร ที่ 31 มกราคม 2555 เวลา 10:39 น. ] ผู้ตอบคนที่ 4

พระเอยพระโอบเอื้อ อารี
พระกอปรพระกรณี หนักอึ้ง
พระบุญพระบารมี แผ่ทั่ว ไทยนา
พระห่วงปวงชนซึ้ง สุดพ้นรำพัน
โดยคุณ แทนคุณ ส่งเมล์ถึง แทนคุณ 125.27.197.38 [ วันอังคาร ที่ 31 มกราคม 2555 เวลา 10:40 น. ] ผู้ตอบคนที่ 5

คนดี
ในบ้านเมืองนั้น มีทั้งคนดี และคนไม่ดี
ไม่มีใครที่จะทำให้ทุกคนเป็นคนดีได้ทั้งหมด
การทำให้บ้านเมืองมีความปกติสุขเรียบร้อย
จึงมิใช่การทำให้ทุกคนเป็นคนดี
หากแต่อยู่ที่การส่งเสริมคนดี ให้คนดีปกครองบ้านเมือง
และควบคุมคนไม่ดี ไม่ให้มีอำนาจ
ไม่ให้ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายได้

รพ.ค่ายสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก จว.บุรีรัมย์
โดยคุณ รพ.ค่ายสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก ส่งเมล์ถึง รพ.ค่ายสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก 180.180.20.249 [ วันอังคาร ที่ 31 มกราคม 2555 เวลา 13:06 น. ] ผู้ตอบคนที่ 6

เรารักในหลวง ขอพระองค์ทรงพระเจริญ
โดยคุณ รพ.ค่ายสุรศักดิ์มนตรี ส่งเมล์ถึง รพ.ค่ายสุรศักดิ์มนตรี 172.168.1.86 [ วันพฤหัสบดี ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา 10:03 น. ] ผู้ตอบคนที่ 7

พระองค์ทรงเป็นที่รวมจิตใจของปวงชนชาวไทย ขอพระองค์ทรงพระเจริญ
โดยคุณ รพ.ค่ายสุรศักดิ์มนตรี ส่งเมล์ถึง รพ.ค่ายสุรศักดิ์มนตรี 10.0.2.225 [ วันศุกร์ ที่ 2 มีนาคม 2555 เวลา 10:26 น. ] ผู้ตอบคนที่ 8

"สวนจิตรลดา"

จากการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดชฯ เสด็จพระราชดำเนิน
ทรงเยี่ยมพสกนิกรในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ ทรงมีพระราชประสงค์ที่จะให้ประชาชน
อยู่ดีีมีสุขตามสมควรแก่อัตภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ประกอบอาชีพด้านการเกษตร
ซึ่งถือว่า เป็นอาชีพหลักของประเทศ จึงทำให้เกิด “โครงการส่วนพระองค์ เกี่ยว
กับการเกษตร สวนจิตรลดา” ภายในบริเวณพระตำหนักจิตรลดารโหฐานอันเป็น
เขตพระราชฐานที่ประทับ ในปีพุทธศักราช ๒๕๐๔

โครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา มุ่งเน้นการดำเนินงานโดยยึดหลักปรัญชาิ
“เศรษฐกิจพอเพียง” ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งให้ความสำคัญกับการ-
พัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรอย่างยั่งยืน ให้เกษตรกรสามารถพึ่งพาตนเองได้
ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับ
การแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรภายในประเทศ เพื่อลดการนำเข้าจากต่างประเทศ
และการนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยใช้กระบวน-
การผลิตที่ง่าย แต่มีประสิทธิภาพ ประหยัดเวลา และค่าใช้จ่ายนอกจากนี้ ยังดำเนิน-
การภายใต้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ที่มีการศึกษา ทดลอง บันทึกรวบรวมข้อมูล
และผลการศึกษา เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ให้แก่เกษตรกร และผู้ที่สนใจทั่วไป
โดยคุณ รพ.ค่ายสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก ส่งเมล์ถึง รพ.ค่ายสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก 180.180.26.232 [ วันพฤหัสบดี ที่ 8 มีนาคม 2555 เวลา 08:09 น. ] ผู้ตอบคนที่ 9

เกาะช้าง

.....ครั้งนั้นทรงเสด็จประพาสทางทะเล แม่ทัพเรือในตอนนั้นมียศเป็นจอมพล เป็นญาติกันกับข้าพเจ้า ได้ถวายรายงานตลอดเวลาที่เรือพระที่นั่งแล่นผ่านไปในท้องทะเล แม่ทัพเรือผู้นี้มีบรรดาศักดิ์

เป็นคุณหลวงเสียด้วย ตอนนั้นเรือพระที่นั่งผ่านเกาะใหญ่ในทะเล ทรงมีพระราชดำรัสถามคุณหลวงแม่ทัพเรือว่า "เกาะอะไร ชื่อเกาะนี้ชาวบ้านเขาเรียกกันอย่างไร"ท่านอดีตแม่ทัพเรือได้กราบบังคม

ทูลถวายรายงานเรื่องชื่อเกาะนี้อย่างแคล่วคล่อง แต่หาได้ระมัดระวังไม่ ท่านกราบทูลว่าอย่างนี้ครับ"ขอเดชะ เกาะนี้ชาวบ้านเรียกพระนามว่าเกาะช้างพระเจ้าข้า" ทรงรับฟังคำกราบทูลของท่านแม่

ทัพเรือ แล้วก็ทรงแย้มพระสรวล ทรงหันกลับมามีพระราชดำรัสกับท่านแม่ทัพเรือว่า "งั้นเกาะนี้ก็เป็นญาติกับฉันน่ะซี".....

รพ.ค่ายสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก จว.บุรีรัมย์

โดยคุณ รพ.ค่ายสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก ส่งเมล์ถึง รพ.ค่ายสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก 180.180.31.160 [ วันศุกร์ ที่ 9 มีนาคม 2555 เวลา 08:36 น. ] ผู้ตอบคนที่ 10

กษัตริย์ยอดกตัญญู
ลูกๆทุกคนก็ได้รู้กันแล้วว่า ความหวังของแม่ ที่มีต่อลูก 3 หวังคือ
ยามแก่เฒ่า หวังเจ้า เฝ้ารับใช้
ยามป่วยไข้ หวังเจ้า เฝ้ารักษา
เมื่อถึงยาม ต้องตาย วายชีวา หวังลูกช่วย ปิดตา เมื่อสิ้นใจ
ทีนี้มาดูตัวอย่างบ้างบุคคลที่เป็นยอดกตัญญู ที่ประทับใจอาจารย์มากที่สุด คือใคร ทราบไหม? คือคนในภาพนี้ในหลวงของเราในหลวงนอกจากจะเป็นยอดพระมหากษัตริย์ของโลก เป็น b>THE KING

OF KINGS แล้วในหลวงของเรา ยังเป็นกษัตริย์ยอดกตัญญูด้วย
ความหวังของแม่ ทั้ง 3 หวัง ในหลวงปฏับติได้ครบถ้วนสมบูรณ์ เป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดให้แก่พวกเรา ในหลวงทำกับแม่ยังไง ? ตามอาจารย์มา...อาจารย์จะฉายภาพให้เห็น

รพ.ค่ายสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก จว.บุรีรัมย์

โดยคุณ รพ.ค่ายสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก ส่งเมล์ถึง รพ.ค่ายสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก 180.180.28.177 [ วันจันทร์ ที่ 12 มีนาคม 2555 เวลา 09:04 น. ] ผู้ตอบคนที่ 11

ไม่ต้องกั้น
ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล
..... มีอยู่ครั้งหนึ่ง เสด็จฯ ไปที่เซ็นทรัล วันที่มีประชุมรัฐสภาโลก วันนั้นผมจำได้ ผมติดอยู่บนท้องถนน ฝนตก ผมก็มีวิทยุ เลยได้ยินรับสั่งมากับตำรวจมาเลย "งันนี้ไม่ต้องกั้นรถ" ทรงเข้าใจความทุกข์

ของราษฎรอยู่ตลอดเวลา วันนี้เป็นวันฝนตก รถติดกันอย่างมหาศาล ถ้าขืนต้องไปติดขบวนอีก สร้างความทุกข์ให้กับประชาชน ทรงวิทยุบอกตำรวจว่า "ขบวนจะแล่นไปพร้อมกับรถของประชาชน ไม่

ต้องกั้น เคลื่อนไปพร้อมกัน"

ที่มา : บทสัมภาษณ์ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล คอลัมน์ "ตามรอยเบื้องพระยุคลบาท"


รพ.ค่ายสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก จว.บุรีรัมย์
โดยคุณ รพ.ค่ายสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก ส่งเมล์ถึง รพ.ค่ายสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก 180.180.28.177 [ วันอังคาร ที่ 13 มีนาคม 2555 เวลา 12:31 น. ] ผู้ตอบคนที่ 12

เพราะท่านเป็นพ่อของประชาชนในประเทศไทยทุกคนที่คอยดูแลลูกของท่านไม่ว่าจะเป็นคำสั่งสอนที่ท่านทรงตรัส แต่ละครั้งท่านจะคอยสั่งสอน ประชาชนของท่านตลอด เช่น ที่ท่านคอยเตือนลูกของท่านว่าอย่าใช้ชีวิตอย่างประมาท ให้ใช้ชีวิตอย่างพอเพียง ท่านทรงเปรียบเสมือนว่าเราทุกคนคือลูกของท่าน ทั้ง ๖๐ กว่าล้านคน ตลอดเวลา ท้ายสุดผมได้นำคำพูดของท่านมาปฏิบัติอย่างหนึ่ง คือ คนเราจะรวยหรือจน และได้มีอาชีพอะไรก็ตามขอให้รู้จักกตัญญูต่อพ่อแม่

โดยคุณ ม.พัน.๔ รอ. 115.87.174.178 [ วันพุธ ที่ 14 มีนาคม 2555 เวลา 18:11 น. ] ผู้ตอบคนที่ 13

ขอน้อมนำดำรัสกษัตริย์เจ้า
ไว้เหนือเกล้าดวงใจไทยทั้งผอง
อยู่พอเพียงดำรงเยี่ยงตามครรลอง
ไทยเมืองทองสุขสวัสดิ์พัฒนา
โดยคุณ ส.อ.ธนพร 210.246.186.243 [ วันพฤหัสบดี ที่ 15 มีนาคม 2555 เวลา 19:28 น. ] ผู้ตอบคนที่ 14

กล้องถ่ายรูปกล้องแรกของ "ในหลวง"
กล้องถ่ายรูปส่วนพระองค์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กล้องแรกคือ กล้อง"คอนแท็กซ์ทู"ผลิตจากเยอรมนี เป็นกล้องที่ในหลวงของเรา แรกครั้งยังทรงเป็นพระอนุชา ทรงวิ่งตามพระเชษฐา พระ

บาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล กล้องนี้เป็นกล้องเดียวกับที่ในหลวงทรงฉายสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ แรกครั้งยังทรงมีฐานันดรศักดิ์เป็น ม.ร.ว.สิริกิติ์ กิติยากร ในวันพระราช

พิธีอภิเษกสมรส ณ วังสระปทุม กรุงเทพฯ เมื่อ ๒๘ เมษายน พุทธศักราช ๒๔๙๓
ต่อมาทรงเปลี่ยนไปใช้กล้องในตระ+++ล "แคนนอน EOS" เริ่มที่ EOS ๑๐๐ แล้วเปลี่ยนเป็น EOS ๑๐๐ F ที่มีน้ำหนักเพียง ๕๑๐ กรัม และต่อมาทรงเปลี่ยนกล้องอีกหลายครั้งในทุกครั้งที่มีรุ่นใหม่ออกสู่

ตลาดตามลักษณะที่เหมาะสม โดยยังคงทรงกล้องในตระ+++ล "แคนนอน EOS" เนื่องเพราะมีน้ำหนักเบา สะดวกต่อการพกพา ในหลวงทรงใช้เลนส์ตัวเดียวมาโดยตลอด ไม่เปลี่ยนเลย คือเลนส์ ๒๘-

๑๐๕ mm
คราวเสด็จพระราชดำเนินกฐินพระราชทานทางชลมารค เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๔๓ ทรงประทับเรือพระที่นั่ง "นารายณ์ทรงสุบรรณ" ล่องเลียบลำน้ำเจ้าพระยา คราวนั้นในหลวงทรงพกพากล้องเล็ก

พิเศษ เลนส์ "คาร์ลไซด์" ทรงเหลือบพระพักตร์เพียงเล็กน้อย ไม่ต้องยกกล้องมาที่พระเนตรก็ทรงมีพระปรีชาสามารถกดชัตเตอร์ได้เลย

รพ.ค่ายสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก จว.บุรีรัมย์
โดยคุณ รพ.ค่ายสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก ส่งเมล์ถึง รพ.ค่ายสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก 180.180.24.224 [ วันจันทร์ ที่ 19 มีนาคม 2555 เวลา 09:34 น. ] ผู้ตอบคนที่ 15

กล้องถ่ายรูปกล้องแรกของ "ในหลวง"
กล้องถ่ายรูปส่วนพระองค์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กล้องแรกคือ กล้อง"คอนแท็กซ์ทู"ผลิตจากเยอรมนี เป็นกล้องที่ในหลวงของเรา แรกครั้งยังทรงเป็นพระอนุชา ทรงวิ่งตามพระเชษฐา พระ

บาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล กล้องนี้เป็นกล้องเดียวกับที่ในหลวงทรงฉายสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ แรกครั้งยังทรงมีฐานันดรศักดิ์เป็น ม.ร.ว.สิริกิติ์ กิติยากร ในวันพระราช

พิธีอภิเษกสมรส ณ วังสระปทุม กรุงเทพฯ เมื่อ ๒๘ เมษายน พุทธศักราช ๒๔๙๓
ต่อมาทรงเปลี่ยนไปใช้กล้องในตระ+++ล "แคนนอน EOS" เริ่มที่ EOS ๑๐๐ แล้วเปลี่ยนเป็น EOS ๑๐๐ F ที่มีน้ำหนักเพียง ๕๑๐ กรัม และต่อมาทรงเปลี่ยนกล้องอีกหลายครั้งในทุกครั้งที่มีรุ่นใหม่ออกสู่

ตลาดตามลักษณะที่เหมาะสม โดยยังคงทรงกล้องในตระ+++ล "แคนนอน EOS" เนื่องเพราะมีน้ำหนักเบา สะดวกต่อการพกพา ในหลวงทรงใช้เลนส์ตัวเดียวมาโดยตลอด ไม่เปลี่ยนเลย คือเลนส์ ๒๘-

๑๐๕ mm
คราวเสด็จพระราชดำเนินกฐินพระราชทานทางชลมารค เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๔๓ ทรงประทับเรือพระที่นั่ง "นารายณ์ทรงสุบรรณ" ล่องเลียบลำน้ำเจ้าพระยา คราวนั้นในหลวงทรงพกพากล้องเล็ก

พิเศษ เลนส์ "คาร์ลไซด์" ทรงเหลือบพระพักตร์เพียงเล็กน้อย ไม่ต้องยกกล้องมาที่พระเนตรก็ทรงมีพระปรีชาสามารถกดชัตเตอร์ได้เลย

รพ.ค่ายสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก จว.บุรีรัมย์
โดยคุณ รพ.ค่ายสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก ส่งเมล์ถึง รพ.ค่ายสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก 180.180.24.224 [ วันจันทร์ ที่ 19 มีนาคม 2555 เวลา 09:35 น. ] ผู้ตอบคนที่ 16

ตื่นเต้น
หม่อมราชวงศ์บุตรี วีระไวทยะ
ผู้อำนวยการกองในพระองค์ สำนักราชเลขาธิการ
.....ถ้าเผื่อใครมีโอกาสไปเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พอมองพระเนตรสักพักหนึ่งจะมองไม่ได้ ไม่ใช่ว่าท่านดุหรืออะไรเลย แต่ว่าพระบารมีท่านมากเหลือเกิน เราจะมองสบพระเนตรท่านไม่ได้เลย

บางครั้งอย่างเช่นพวกราชองครักษ์ ครั้งแรกที่ไปรับราชการไปถวายตัว จะต้องมีการเข้าเฝ้าฯ หรือแม้เมื่อกระทั่งเสด็จเข้าในพระตำหนัก จะต้องมีการรายงานตัว บางคนเริ่มต้นเสียงดัง ขอเดชะฝ่า

ละอองธุลีพระบาทปกเกล้าปกกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้าพลตรี.............จำชื่อตัวเองไม่ได้ มีเป็นประจำ.... แค่ชื่อตัวเองยังจำไม่ได้เลย ...

รพ.ค่ายสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก จว.บุรีรัมย์
โดยคุณ รพ.ค่ายสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก ส่งเมล์ถึง รพ.ค่ายสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก 180.180.19.183 [ วันศุกร์ ที่ 23 มีนาคม 2555 เวลา 10:39 น. ] ผู้ตอบคนที่ 17

ไทยเรามีสถาบันพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุขปกครองประเทศมาช้านาน ทรงเป็นศูนย์รวมดวงใจของคนทั้งชาติ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ
โดยคุณ ร้อย.บก.พัน.รพศ.ศสพ. 180.180.2.34 [ วันจันทร์ ที่ 2 เมษายน 2555 เวลา 08:51 น. ] ผู้ตอบคนที่ 18

ขอพระองค์จงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน ข้าพระพุทธเจ้าขอถวายสัตย์ปฏิญาณว่าจะจงรักภักดีและ ซื่อสัตย์สุจริตต่อชาติบ้านเมืองจนกว่าชิวิตจะหาไม่ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ

โดยคุณ ร้อย.บก.พัน.รพศ.ศสพ. 180.180.9.26 [ วันอังคาร ที่ 3 เมษายน 2555 เวลา 08:03 น. ] ผู้ตอบคนที่ 19

ในหลวงของเราทรงเป็นมหาราชผู้ทรงธรรม ย่อมนำความเจริญร่มเย็นมาสู่ปวงชนชาวไทยผู้มีความจงรักภักดีอย่างแท้จริง ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ
โดยคุณ ร้อย.บก.พัน.รพศ.ศสพ. 180.180.8.132 [ วันพุธ ที่ 11 เมษายน 2555 เวลา 07:59 น. ] ผู้ตอบคนที่ 20

ขอพระองค์จงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน ข้าพระพุทธเจ้าขอถวายสัตย์ปฏิญาณว่าจะจงรักภักดีและ ซื่อสัตย์สุจริตต่อชาติบ้านเมืองจนกว่าชิวิตจะหาไม่ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ

โดยคุณ ร้อย.บก.พัน.รพศ.ศสพ. 180.180.6.248 [ วันพฤหัสบดี ที่ 12 เมษายน 2555 เวลา 07:51 น. ] ผู้ตอบคนที่ 21

ในหลวงของเราทรงเป็นมหาราชผู้ทรงธรรม ย่อมนำความเจริญร่มเย็นมาสู่ปวงชนชาวไทยผู้มีความจงรักภักดีอย่างแท้จริง ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ
โดยคุณ ร้อย.บก.พัน.รพศ.ศสพ. 180.180.3.8 [ วันอังคาร ที่ 17 เมษายน 2555 เวลา 07:50 น. ] ผู้ตอบคนที่ 22

ในหลวงของเราทรงเป็นมหาราชผู้ทรงธรรม ย่อมนำความเจริญร่มเย็นมาสู่ปวงชนชาวไทยผู้มีความจงรักภักดีอย่างแท้จริง ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ
โดยคุณ ร้อย.บก.พัน.รพศ.ศสพ. 180.180.7.19 [ วันพุธ ที่ 18 เมษายน 2555 เวลา 07:57 น. ] ผู้ตอบคนที่ 23

พระนำไทยพ้นภัยนานา พระผู้เป็นบิดาของแผ่นดิน ประเทศไทยมั่นคงอยู่ได้ด้วยสถาบันชาติ ศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์ ประชาชนคนไทยล้วนซาบซึ้งในหัวใจ ในพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงของคนไทย ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ
โดยคุณ ร้อย.บก.พัน.รพศ.ศสพ. 180.180.12.92 [ วันพุธ ที่ 18 เมษายน 2555 เวลา 11:53 น. ] ผู้ตอบคนที่ 24

ขอพระองค์จงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน ข้าพระพุทธเจ้าขอถวายสัตย์ปฏิญาณว่าจะจงรักภักดีและ ซื่อสัตย์สุจริตต่อชาติบ้านเมืองจนกว่าชิวิตจะหาไม่ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ
โดยคุณ ร้อย.บก.พัน.รพศ.ศสพ. 180.180.9.8 [ วันพฤหัสบดี ที่ 19 เมษายน 2555 เวลา 10:11 น. ] ผู้ตอบคนที่ 25

ในหลวงของเราทรงเป็นมหาราชผู้ทรงธรรม ย่อมนำความเจริญร่มเย็นมาสู่ปวงชนชาวไทยผู้มีความจงรักภักดีอย่างแท้จริง ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ

โดยคุณ ร้อย.บก.พัน.รพศ.ศสพ. 125.26.27.63 [ วันศุกร์ ที่ 20 เมษายน 2555 เวลา 09:08 น. ] ผู้ตอบคนที่ 26

ในหลวงของเราทรงเป็นมหาราชผู้ทรงธรรม ย่อมนำความเจริญร่มเย็นมาสู่ปวงชนชาวไทยผู้มีความจงรักภักดีอย่างแท้จริง ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ
โดยคุณ ร้อย.บก.พัน.รพศ.ศสพ. 125.26.17.95 [ วันจันทร์ ที่ 23 เมษายน 2555 เวลา 07:58 น. ] ผู้ตอบคนที่ 27

ในหลวงของเราทรงเป็นมหาราชผู้ทรงธรรม ย่อมนำความเจริญร่มเย็นมาสู่ปวงชนชาวไทยผู้มีความจงรักภักดีอย่างแท้จริง ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ
โดยคุณ ร้อย.บก.พัน.รพศ.ศสพ. 125.26.19.188 [ วันอังคาร ที่ 24 เมษายน 2555 เวลา 07:51 น. ] ผู้ตอบคนที่ 28

ขอพระองค์ทรงพระเจริญ
พระทรงเป็นยิ่งกว่าพระมหากษัตริย์
ทรงขจัดผองภัยให้ไทยผอง
บ้านเมืองเกิดขุ่นเคืองทรงปรองดอง
พสกฯปราศมัวหมองเพราะพระบารมี
พระองค์ทรงประชวรมวลไทยชาติ
น้อมอภิวาทอัญเชิญองค์พระชินศรี
อัญเชิญเทพรัตน์สถิตแคว้นทั่วธาตรี
น้อมถวายความจงรักภักดีขอองค์พระภูมีทรงพระเกษมสำราญเทอญ
ด้วยเกล้า ด้วยกระหม่อม ขอเดชะ
ปวงข้าพระพุทธเจ้า พสกนิกรไทย
( ข้าราชการ พัน.รพศ.ศสพ. )
โดยคุณ ร้อย.บก.พัน.รพศ.ศสพ. 125.26.23.196 [ วันพุธ ที่ 25 เมษายน 2555 เวลา 07:43 น. ] ผู้ตอบคนที่ 29

ในหลวงของเราทรงเป็นมหาราชผู้ทรงธรรม ย่อมนำความเจริญร่มเย็นมาสู่ปวงชนชาวไทยผู้มีความจงรักภักดีอย่างแท้จริง ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ
โดยคุณ ร้อย.บก.พัน.รพศ.ศสพ. 125.26.25.247 [ วันพฤหัสบดี ที่ 26 เมษายน 2555 เวลา 08:05 น. ] ผู้ตอบคนที่ 30

ขอพระองค์จงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน ข้าพระพุทธเจ้าขอถวายสัตย์ปฏิญาณว่าจะจงรักภักดีและ ซื่อสัตย์สุจริตต่อชาติบ้านเมืองจนกว่าชิวิตจะหาไม่ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ
โดยคุณ ร้อย.บก.พัน.รพศ.ศสพ. 125.26.31.224 [ วันศุกร์ ที่ 27 เมษายน 2555 เวลา 08:18 น. ] ผู้ตอบคนที่ 31

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ก่อตั้ง มูล
นิธิอานันทมหิดลขึ้น เพื่อสนับสนุนนักเรียนไทยผู้มีความ
สามารถทางวิชาการอย่างยอดเยี่ยมมีคุณธรรมสูง ได้มีโอกาส
ไปศึกษาวิทยาการจนถึงขั้นสูงสุดในต่างประเทศ เพื่อนำความรู้กลับมาทำคุณประโยชน์พัฒนาบ้านเมืองให้ก้าวหน้า ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ  ข้าพระพุทธเจ้าข้าราชการ กรมรบพิเศษที่ ๕
โดยคุณ ค่ายขุนเณร กรมรบพิเศษที่ ๕ ส่งเมล์ถึง ค่ายขุนเณร กรมรบพิเศษที่ ๕ 118.172.136.181 [ วันศุกร์ ที่ 3 สิงหาคม 2555 เวลา 14:46 น. ] ผู้ตอบคนที่ 32

ในหลวงพระองค์ท่านทรงยึดหลักศาสนา ทรงศึกษาสรรพวิทยาทรงนำมาปฏิบัติ ทรงขจัดปัญหาด้วยการพัฒนา โครงการพระราชดำริ ทรงเตือนสติด้วยการปฏิบัติพระองค์เป็นตัวอย่าง ทรงสร้างค่านิยม ทรงห่วงใยประชาราษฎร์ทุกเมื่อ ทรงสละหยาดพระเสโท เพื่อประชาชนและประเทศไทยอย่างแท้จริง ทรงเป็นบุคคลที่หาได้ยากยิ่งในโลก ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ  ข้าพระพุทธเจ้าข้าราชการ กรมรบพิเศษที่ ๕
โดยคุณ ค่ายขุนเณร กรมรบพิเศษที่ ๕ ส่งเมล์ถึง ค่ายขุนเณร กรมรบพิเศษที่ ๕ 118.172.136.181 [ วันศุกร์ ที่ 3 สิงหาคม 2555 เวลา 14:47 น. ] ผู้ตอบคนที่ 33

พระบารมี แผ่ปกคุ้มไพศาล เปรียบสายธาร อมฤตหล่อหล้า ดั่งแสงทอง นำทางชาวประชา
เหล่าข้าพระพุทธเจ้าขอสดุดี
แหลมทองจะเป็นไฟหากชาติไทยไร้ราชัน จะมีแต่การฆ่าฟันเพื่อห้ำหั่นและแย่งชิง
สถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เป็นสถาบันหลักในผืนธงชาติไทยที่เราเคารพ
ประวัติศาสตร์สอนให้เรารู้ว่าชาติใดขาดสามัคคีธรรมจะสูญเสียย่อยยับอับปางไปในที่สุด
เศรษฐกิจพอเพียง” เป็นหนึ่งในโครงการพระราชดำริที่ทำให้ประชนได้รับประโยชน์มีความ
ผาสุก มั่นคงและยั่งยืนสืบไป ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ  ข้าพระพุทธเจ้าข้าราชการ กรมรบพิเศษที่ ๕
โดยคุณ ค่ายขุนเณร กรมรบพิเศษที่ ๕ ส่งเมล์ถึง ค่ายขุนเณร กรมรบพิเศษที่ ๕ 118.172.136.181 [ วันศุกร์ ที่ 3 สิงหาคม 2555 เวลา 14:49 น. ] ผู้ตอบคนที่ 34

พระทรงเป็น ยิ่งกว่า มหากษัตริย์
พระทรงเป็น นักปฏิบัติ สืบค้นหา
พระทรงเป็น นักคิด พิจารณา
พระทรงเป็น นักพัฒนา คู่ฟ้าไทย
พระทรงธรรม น้อมนำ ธรรมชาติ
พระเปรื่องปราชญ์ ชัดแจ้ง แถลงไข
พระทรงสร้าง ทางถูก ให้ลูกไทย
พระมหากษัตริย์ไทย ครองใจ ไทยทุกดวง
โดยคุณ ค่ายขุนเณร กรมรบพิเศษที่ ๕ ส่งเมล์ถึง ค่ายขุนเณร กรมรบพิเศษที่ ๕ 118.172.136.181 [ วันศุกร์ ที่ 3 สิงหาคม 2555 เวลา 14:50 น. ] ผู้ตอบคนที่ 35

โครงการก่อสร้างสะพานมัฆวานรังสรรค์






พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำริให้กรุงเทพมหานครแก้ไขปัญหาจราจร บริเวณ สะพานมัฆวานรังสรรค์ ถนนราชดำเนินนอก เพื่อให้การจราจรเป็นไปอย่างต่อเนื่องและสัมพันธ์กับบริเวณ เชิงสะพานผ่านฟ้าลีลาศ สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า ในการก่อสร้างกรุงเทพมหานครได้คำนึงถึงความกลมกลืนเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของสะพานมัฆวานรังสรรค์ และความสวยงาม โดยก่อสร้างสะพานคู่ขนานกับสะพานเดิมจำนวน 2 สะพาน ไม่ต้องย้ายน้ำพุ และให้มีระดับความสูงน้อยกว่าสะพานมัฆวานรังสรรค์ สะพานคู่ขนานทั้ง 2 สะพาน นี้มีความกว้างสะพานละ 15.00 เมตร มีผิวจราจร 10.00 เมตร ขนาด 3 ช่องทางจราจร มีความยาวสะพานละ 22.00 เมตร และมีการปรับปรุงเชิงลาดสะพานและส่วนต่อเนื่องด้วย
เริ่มดำเนินการก่อสร้างตั้งแต่วันที่ 2 สิงหาคม 2537 แล้วเสร็จเปิดการจราจรในวันที่ 2 ธันวาคม 2537 รวมงบประมาณที่ใช้ในการก่อสร้างทั้งสิ้น 40 ล้านบาทและใช้งบประมาณตกแต่งศิลปกรรมจำนวน 3.6 ล้านบาท
โดยคุณ ใบบัว 101.108.14.187 [ วันพุธ ที่ 29 สิงหาคม 2555 เวลา 10:28 น. ] ผู้ตอบคนที่ 36

4. โครงการพระราชดำริถนนคู่ขนานลอยฟ้า ถนนบรมราชชนนี

เนื่องจากปริมาณการจราจรที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะจากเชิงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้าจนถึงทางแยกสิรินธรทำให้ช่องทางการจราจรที่มีอยู่ 8 ช่องทาง ไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้พื้นที่ถนนที่เพิ่มขึ้น วิธีการแก้ไขปัญหาดังกล่าว จะต้องเพิ่มพื้นผิวการจราจรให้มากขึ้น แต่การเพิ่มพื้นที่ในระดับราบนั้นกระทำได้ยาก เนื่องจากริมถนนทั้งสองด้านเต็มไปด้วย ตึก, อาคาร และสำนักงานต่างๆ มากมาย ดังนั้น วิธีแก้ปัญหาที่เหมาะสมที่สุดคือ การเพิ่มพื้นที่จราจรด้วยการสร้างทางยกระดับขึ้นช่วงหนึ่ง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับการจราจรได้มากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
โครงการฯ นี้เป็นโครงการหนึ่งซึ่งสนองพระบรมราโชบาย ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระมหากรุณาคุณให้พสกนิกร เพื่อแก้ไขปัญหาจราจรที่ติดขัด จากเชิงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้าจนถึงทางแยกสิรินธร ซึ่ง กทม. ได้ดำเนินการตามพระราโชบายโดยรอบคอบและเร่งด่วน เพื่อประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาจราจรในจุดสำคัญอีกจุดหนึ่งตามพระราชประสงค์
ลักษณะโครงการเป็นสะพานยกระดับ สร้างขึ้นเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับการจราจร จากบริเวณสะพานปิ่นเกล้าจนถึงทางแยกตลิ่งชันถนนบรมราชชนนีทั้งขาเข้าและขาออก และเพื่อแยกการจราจรของยวดยานที่ต้องการเดินทางระยะไกลออกจากยวดยานที่เดินทางในระยะใกล้ ตั้งแต่สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯ จนถึงทางแยกตลิ่งชันบนถนนบรมราชชนนี เริ่มที่เกาะกลางจากแยกอรุณอมรินทร์ถึงพุทธมณฑลสาย 2 โดยขาออกจะขึ้นที่แยกอรุณอมรินทร์ ลงได้ 3 จุดที่ตลิ่งชันหน้าหมูบ้านกฤษดานคร และใกล้วงแหวนฉิมพลี ไม่มีทางขึ้นระหว่างทาง ส่วนขาเข้าขึ้นที่ต้นทางก่อนถึงพุทธมณฑลสาย 2 ขึ้นได้ที่หน้าหมู่บ้านกฤษดานครและตลิ่งชัน และจะไม่มีทางลงระหว่างทาง โดยแบ่งความรับผิดชอบการก่อสร้างโครงการฯ เป็น 2 ส่วน คือ


1. โครงการทางคู่ขนานลอยฟ้า ถนนบรมราชชนนี ตอนปิ่นเกล้าทางแยกต่างระดับสิรินธร เริ่มดำเนินการตั้งแต่บริเวณทางแยกอรุณอมรินทร์ ถึงทางแยกต่างระดับสิรินธร ความยาวทั้งสิ้นประมาณ 4,515 กิโลเมตรมอบให้กรุงเทพมหานครรับผิดชอบดำเนินงาน


2. โครงการต่อเนื่องจากทางคู่ขนานลอยฟ้า ถนนบรมราชชนนี ตอนทางแยกต่างระดับสิรินธร – ทางแยกต่างระดับฉิมพลี เริ่มดำเนินการต่อเชื่อมกับโครงการทางคู่ขนานลอยฟ้า ถนนบรมราชชนนีของกรุงเทพมหานคร บริเวณทางแยกต่างระดับสิรินธร และสิ้นสุดโครงการบริเวณเลยจุดข้ามทางแยกพุทธมณฑลสาย 2 ไปประมาณ 500 เมตร ความยาวทั้งสิ้นประมาณ 9,363 กิโลเมตรมอบให้กรมทางหลวงรับผิดชอบดำเนินการ

ลักษณะโครงการฯ

ในช่วงที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรุงเทพมหานคร เป็นทางยกระดับโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก และคอนกรีตอัดแรง บนถนนบรมราชชนนี สูงเหนือผิวจราจรเดิมประมาณ 12.00 เมตร กว้าง 19.45 เมตร มีช่องทางจราจร 4 ช่องทาง ช่องทางละ 3.50 เมตร ไหล่ทางข้างละ 1.25 เมตร แบ่งเป็นช่องทางขาออก 2 ช่องทาง และช่องทางขาเข้า 2 ช่องทาง พื้นผิวจราจรคอนกรีตเสริมเหล็กและปูทับหน้าด้วยแอสฟัลท์ผสมร้อนหนา 5 เซนติเมตร พร้อมเกาะกลางเพื่อแยกทิศทางการจราจรรวมทั้งงานติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่างบนทางยกระดับ และระบบระบายน้ำ งานปรับปรุงพื้นผิวจราจรเดิม งานภูมิสถาปัตย์ และติดตั้งเครื่องหมายจราจรระยะทางรวม 4,515 กิโลเมตร
โดยคุณ ใบบัว 101.108.14.187 [ วันพุธ ที่ 29 สิงหาคม 2555 เวลา 10:29 น. ] ผู้ตอบคนที่ 37

โครงการก่อสร้างถนนเลียบรถไฟสายใต้ (สายบางกอกน้อย)

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงใช้ช่วงเวลาเสด็จฯ ไปโรงพยาบาลศิริราชเพียงไม่นานได้ทรงงานและทรงศึกษาสภาพพื้นที่บริเวณโดยรอบอย่างละเอียดจึงมีพระราชดำริว่า สามารถขยายแนวถนนเลียบทางรถไฟสายธนบุรี จากช่วงปลายถนนอิสรภาพ ถึงถนนจรัญสนิทวงศ์ ซึ่งสภาพเดิมจากปลายถนนอิสรภาพเข้าไปประมาณ 230 เมตร เป็นถนนคอนกรีต ส่วนที่เหลืออีกประมาณ 380 เมตรเป็นที่ลุ่ม มีบ้านเรือน เพิงพักอาศัย และมีทางเดินตามแนวทางรถไฟ จนถึงถนนจรัญสนิทวงศ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำรัสถึงแนวพระราชดำริในการตัดถนนสายนี้ตอนหนึ่งว่า “ต่อไป โครงการที่ 3 คือ สร้างทางในที่ที่ยังไม่มีทาง. อันนี้เกิดขึ้นที่ใกล้สถานีบางกอกน้อยระหว่างสถานีบางกอกน้อย คือ ปลายถนนอิสรภาพเชื่อมกับถนนจรัญสนิทวงศ์. ตรงนั้นเป็นที่ของการรถไฟ เป็นที่ลุ่มมีทางเดินเข้าไป ไม่ทะลุแล้วก็ขลุกขลัก. ทางกรงเทพมหานครได้ไปจัดการ. มีบ้านคนที่บุกรุกที่ของรถไฟบ้าง. แต่ก็ได้ย้ายบ้านเหล่านั้น เข้าใจว่าเป็นที่พอใจของผู้บุกรุก ให้ที่เขาอยู่ ไม่เดือดร้อน. ทางกำลังสร้างยังไม่เสร็จ. ต้องถมทรายเดี๋ยวนี้ได้กรุยมาเรียบร้อย เป็นระยะ 600 เมตร ยังไม่ได้มีการถม ยังไม่ครบ.

แต่เมื่อครบแล้วก็จะเป็นทางที่จะทะลุ จากถนนอิสรภาพซึ่งต้น. ถนนอิสรภาพนี่ต้องเลี้ยวขวามาเข้าที่ถนนอรุณอมรินทร์. จากตรงนั้นก็สามารถเชื่อมจรัญสนิทวงศ์. เข้าใจว่าจะช่วยการสัญจรขึ้นเล็กน้อย. โครงการนี้ได้ให้เงินส่วนหนึ่ง แต่ว่าไม่พอ ต้องใช้เงินงบของกรุงเทพมหานคร และเงินบริจาคเพิ่มเติม. ราคาก็ไม่ใช่น้อยแต่ก็จะช่วยแก้ปัญหาจราจร.เมื่อกรุงเทพมหานครรับสนองแนวพระราชดำริแล้ว ได้ขออนุญาตใช้ที่ดดินริมทางรถไฟสายธนบุรีในพื้นที่เขตบางกอกน้อย ช่วงปลายถนนอิสรภาพถึงถนนจรัญสนิทวงศ์จากการทางรถไปแห่งประเทศไทย เพื่อก่อสร้างเป็นถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก 2 ช่องจราจร มีระยะทาง 610 เมตร มีเขตทางกว้าง 10 เมตร เริ่มดำเนินการก่อสร้างตั้งแต่วันที่ 19 ตุลาคม 2536 งบประมาณดำเนินการ 16.5 ล้านบาท และได้เปิดการจราจรอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2537 โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานนามถนนสายนี้ว่า “ถนนสุทธาวาส” ตามชื่อวัดที่ตั้งอยู่ในบริเวณดังกล่าว

ถนนสุทธาวาส ได้ช่วยบรรเทาปริมาณรถยนต์ที่ผ่านถนนจรัญสนิทวงศ์ บรรจบกับถนนพรานนก(สามแยกไฟฉาย) ให้น้อยลง ซึ่งทำให้การจราจรที่ถนนจรัญสนิทวงศ์คล่องตัวขึ้น นอกจากนี้ ถนนสายนี้ยังเป็นเส้นทางอีกเส้นทางหนึ่งที่จะไปสู่จุดชุมชนในย่านสำคัญๆ เช่น สถานีรถไฟสายธนบุรี โรงพยาบาลศิริราช ตลาดพรานนกได้อีกด้วย
โดยคุณ ใบบัว 101.108.14.187 [ วันพุธ ที่ 29 สิงหาคม 2555 เวลา 10:30 น. ] ผู้ตอบคนที่ 38

โครงการสะพานพระราม 8

“โครงการสะพานพระราม 8” เป็นหนึ่งในโครงการแก้ไขปัญหาจราจรตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราชพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงตระหนักถึงปัญหาการจราจรแออัดบนสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า ซึ่งทำให้เกิดการคับคั่งของจราจรบริเวณพื้นที่ฝั่งตะวันออก โดยเฉพาะกรุงเทพมหานครชั้นในบริเวณถนนราชดำเนินกลาง ซึ่งเชื่อมต่อกับฝั่งธนบุรีผ่านทางสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า และเข้าบรรจบกับถนนจรัญสนิทวงศ์ เพื่อคลี่คลายปัญหาพื้นผิวการจราจรไม่เพียงพอและปรับปรุงการไหลเวียนของการจราจรในบริเวณนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้ทรงมีพระราชดำริให้ก่อสร้างทางคู่ขนานลอยฟ้าถนนบรมราชชนนีจากถนนอรุณอมรินทร์ถึงตลิ่งชัน เมื่อประมาณกลางปี ๒๕๓๘ เพื่อบรรเทาปัญหาการจราจรในบริเวณเชิงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้าและถนนบรมราชชนนีเป็นทางยกระดับขนาด ๔ ช่องจราจร ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิดใช้แล้วและเพื่อรองรับปริมาณการจราจรที่เพิ่มขึ้นจากการเปิดใช้เส้นทางคู่ขนานลอยฟ้าถนนบรมราชชนนีรวมทั้งเพิ่มจุดเชื่อมโยงกรุงเทพมหานครฝั่งพระนครและธนบุรี จึงทรงมีพระราชดำริผ่านมายังปลัดกรุงเทพมหานครให้พิจารณาก่อสร้างสะพานเป็นเส้นทางข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา เพิ่มขึ้นอีก ๑ แห่ง ซึ่ง กรุงเทพมหานครเห็นว่าโครงการพระราชดำริ มีความเป็นไปได้สูง สามารถแก้ไขปัญหาการจราจรได้ดีกว่าการขยายสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้าโดยจะใช้ซอยต่างๆบริเวณถนนจรัญสนิทวงศ์เป็นเส้นทางรับรถที่จะมาใช้สะพานแต่อุปสรรคอยู่ที่การเวนคืน แม้ว่าจะใช้พื้นที่ไม่มากก็ตาม ซึ่งจะต้องทำความเข้าใจกับประชาชนให้ได้ชื่อ “สะพานพระราม ๘“ เป็นชื่อพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เพื่อรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล รัชกาลที่ ๘ โครงการสะพานพระราม ๘ จะอยู่ทางด้านเหนือของช่วงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้าขึ้นไปก่อนถึงบริเวณสะพานกรุงธนบุรี มีแนวเส้นทางเชื่อมต่อกับโครงการพระราชดำริ
ทางคู่ขนานลอยฟ้าถนนบรมราชชนนี บริเวณแยกอรุณอมรินทร์ ผ่านถนนอรุณอมรินทร์ ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา และบรรจบกับปลายถนนวิสุทธิกษัตริย์ ใกล้กับธนาคารแห่งประเทศไทย.



เป้าหมายของโครงการ

1. เพื่อแบ่งเบาปริมาณการจราจรที่ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้าและผ่อนคลายปัญหาการจราจรในถนนที่ต่อเนื่องจากสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้าทั้งฝั่งพระนครและฝั่งธนบุรีเช่นถนนราชดำเนินถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้าถนนบรมราชชนนีถนนตลิ่งชัน-นครไชยศรี ถนนจรัญสนิทวงศ์ ถนนอรุณอมรินทร์ ถนนสิรินธร เป็นต้น.

2. เพื่อลดปริมาณการจราจรที่จะผ่านเข้าไปในเกาะรัตนโกสินทร์.

3. เพื่อเชื่อมต่อโครงข่ายถนนให้มีความสมบูรณ์เอื้ออำนวยการคมนาคมขนส่งระหว่างฝั่งพระนครและฝั่งธนบุรีและช่วยให้การพัฒนาพื้นที่ในฝั่งธนบุรีสะดวกยิ่งขึ้น.

4. เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีและส่งเสริมคุณภาพชีวิตให้กับประชาชนในพื้นที่และบริเวณใกล้เคียง.
โดยคุณ ใบบัว 101.108.14.187 [ วันพุธ ที่ 29 สิงหาคม 2555 เวลา 10:31 น. ] ผู้ตอบคนที่ 39

โครงการศูนย์ศึกษาพันธุ์ไม้ป่าสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ จังหวัดราชบุรี



ความเป็นมา
ในปัจจุบันทรัพยากรป่าไม้ได้ถูกบุกรุกทำลายลงเป็นจำนวนมาก ทำให้ความสมดุลย์ทางธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม เปลี่ยนแปลงไปซึ่งส่งผลกระทบต่อพันธุ์ไม้ที่มีค่าบางชนิดที่เริ่มจะหายากและใกล้จะสูญพันธุ์
ไปอนุชนรุ่นหลังแทบจะไม่รู้จักหรือพบเห็น ความคิดริเริ่มรวบรวมชนิดพันธุ์ไม้ท้องถิ่นและพันธุ์ไม้ที่มีค่านำมา ปลูกเป็นแหล่งอนุรักษ์พันธุ์จะก่อให้เกิดผล ประโยชน์แก่ ประเทศชาติหลายประการทั้งทางตรงและทางอ้อม อันไม่สามารถประเมินมูลค่าได้โดยการจัดสร้างสวนรวมพันธุ์ไม้ ป่าเฉลิมพระเกียรติ นับเป็นโครงการหนึ่งที่มี คุณค่าเกิดจากการร่วมแรงร่วมใจของหน่วยงานภาครัฐและประชาชนจัดสร้างขึ้น เพื่อถวายแด่สมเด็จพระบรม ราชินีนาถ เนื่องในวโรกาสที่จะทรงมีพระชนมพรรษาครบ 60 ปี ในพุทธศักราช 2535 นี้

วัตถุประสงค์
1. เพื่อเป็นแหล่งรวบรวมพันธุ์ไม้ท้องถิ่นดั้งเดิม และมีคุณค่าทางเศรษฐกิจ รวมทั้งพันธุ์ไม้ หายาก
2. เพื่อดำรงรักษาสภาพป่าธรรมชาติในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติสำหรับเป็นแหล่งพันธุกรรมไม้ป่า
และเป็นแหล่งป้องกันสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติของประเทศไทยในระยะยาวอย่างต่อเนื่อง
3. เพื่อฟื้นฟูสภาพป่าที่ไม่เหมาะสมกับเกษตรกรรม ซึ่งมีสภาพเสื่อมโทรมให้กลับฟื้นคืนสภาพสมบูรณ์ดังเดิม
4. เพื่อป้องกันแหล่งสำหรับศึกษาวิจัย และค้นคว้าทางด้านวิชาการป่าไม้
5. เพื่อจัดเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ ควบคู่ไปกับการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดราชบุรี
6. เพื่อทำให้ราษฎรในพื้นที่โครงการมีรายได้จากการรับจ้างปลูกป่า เพื่อเป็นรายได้เสริมในครอบครัว


ที่ตั้งโครงการ ต.ตะนาวศรี อ.สวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี


หน่วยที่รับผิดชอบโครงการ สำนักวิชาการ (ส่วนวนวัฒนวิจัย)


ระยะเวลาดำเนินการ
ระยะที่ 1 เริ่มตั้งแต่ปี 2536 - 2540 รวม 5 ปี
ระยะที่ 2 เริ่มตั้งแต่ปี 2541 - 2545 รวม 5 ปี่


พื้นที่โครงการ ประมาณ 3,000 ไร่
โดยคุณ ใบบัว 101.108.14.187 [ วันพุธ ที่ 29 สิงหาคม 2555 เวลา 10:32 น. ] ผู้ตอบคนที่ 40

"ทุกคนที่ได้เกิดมาเป็นคนไทยจงภูมิใจในสถาบันพระมหากษัตริย์จงช่วยกันปกป้องสถาบัน
เราไม่จำเป็นต้องแสดงออก เพียงแต่เราทำความดีเพื่อพระองค์ท่านก็เพียงพอแล้ว
ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน"
โดยคุณ พัน.สร.๑ พล.๑ รอ. 125.26.22.16 [ วันอังคาร ที่ 25 กันยายน 2555 เวลา 10:16 น. ] ผู้ตอบคนที่ 41

องค์สมเด็จ ผู้มากด้วย กรุณา
องค์สมเด็จ ผู้พัฒนา ถิ่นอาศัย
องค์สมเด็จ ผู้สร้าง ศูนย์บางไทร
องค์สมเด็จ ของผองไทย ทั่วทุกคน

ขอพระศรี รัตน ช่วยคุ้มเกล้า
องค์แม่เจ้า ของชาวไทย ทุกแห่งหน
ที่พระองค์ ทรงลำบาก เบื้องพหยุคล
ทรงอดทน เพื่อพัฒนา แดนขวานทอง
โดยคุณ พัน.สร.๑ พล.๑ รอ. 125.26.36.16 [ วันศุกร์ ที่ 26 ตุลาคม 2555 เวลา 09:19 น. ] ผู้ตอบคนที่ 42

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
พระทรงเป็น ยิ่งกว่า มหากษัตริย์
พระทรงเป็น นักปฏิบัติ สืบค้นหา
พระทรงเป็น นักคิด พิจารณา
พระทรงเป็น นักพัฒนา คู่ฟ้าไทย
พระทรงธรรม น้อมนำ ธรรมชาติ
พระเปรื่องปราชญ์ ชัดแจ้ง แถลงไข
พระทรงสร้าง ทางถูก ให้ลูกไทย
พระมหากษัตริย์ไทย ครองใจ ไทยทุกดวง
โดยคุณ พัน.สร.๑ พล.๑ รอ. ส่งเมล์ถึง พัน.สร.๑ พล.๑ รอ. 125.26.37.116 [ วันอาทิตย์ ที่ 28 ตุลาคม 2555 เวลา 07:44 น. ] ผู้ตอบคนที่ 43

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
พระทรงเป็น ยิ่งกว่า มหากษัตริย์
พระทรงเป็น นักปฏิบัติ สืบค้นหา
พระทรงเป็น นักคิด พิจารณา
พระทรงเป็น นักพัฒนา คู่ฟ้าไทย
พระทรงธรรม น้อมนำ ธรรมชาติ
พระเปรื่องปราชญ์ ชัดแจ้ง แถลงไข
พระทรงสร้าง ทางถูก ให้ลูกไทย
พระมหากษัตริย์ไทย ครองใจ ไทยทุกดวง
โดยคุณ พัน.สร.๑ พล๑.๑ รอ. ส่งเมล์ถึง พัน.สร.๑ พล๑.๑ รอ. 125.26.41.216 [ วันจันทร์ ที่ 29 ตุลาคม 2555 เวลา 09:46 น. ] ผู้ตอบคนที่ 44

 
 
ขอเชิญร่วมแสดงความคิดเห็นครับ
 
ความคิดเห็น
โดย
E-mail
รหัสส่งข้อมูล

แทรกลิงค์ URL ย่อหน้า ตัวหนา ตัวเอียง เส้นใต้ สีแดง สีเขียว สีน้ำเงิน สีส้ม สีชมพู สีเทา


คลิกที่รูป เพื่อแทรกรูปลงในข้อความ